|
เขียนโดย Administrator
|
|
วันศุกร์ที่ 02 ธันวาคม 2011 เวลา 07:21 น. |
เชื่อมป่าตะวันตก "คน-ช้าง"อยู่ร่วมกัน
วิภาวี จุฬามณี

|
พื้นที่ 8 ไร่ 3 งาน ที่ลุงสมพร ขุนพิลึก เกษตรกรแห่งบ้านแสวงบ่า อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ใช้ปลูกผักทำสวน แม้ไม่ใช่พื้นที่ที่สร้างรายได้ให้มากนัก เมื่อเทียบกับเกษตรกรรายใหญ่อื่นๆ แต่นี่ก็เป็นแหล่งรายได้เดียวที่ลุงสมพรมีอยู่
พืชผักนับ 10 ชนิดที่ปลูกไว้ ทั้งกะหล่ำปลี ผักกวางตุ้ง ถั่วฝักยาว เรื่อยไปถึงกล้วย และมะพร้าว ปีนี้หากได้น้ำดี ไม่มีแมลงรบกวนมากนัก ก็คงจะเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ได้ไม่มากก็น้อย แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อลุงสมพรต้องเผชิญกับปัญหาที่ตัวเองไม่ทันเตรียมตัวรับมือไว้ก่อน
"ตอนเย็นๆ 6 โมงครึ่งเขาก็มาแล้ว กว่าจะไปก็ไก่โห่ราวๆ 6 โมงเช้า"
"เขา" ที่ลุงสมพรพูดถึง คือ "ช้างป่า" ที่ลงมาหากิน และเหยียบย่ำพืชผักที่ปลูกไว้
"ก่อน หน้านี้เขาจะลงมานานๆ ครั้ง เดือนหรือ 2 เดือนมาที ช่วงเดือน 4 เดือน 5 ที่มีไฟไหม้ป่า เราก็เข้าใจว่าเขาคงหนีไฟมา แต่ปีนี้รู้สึกว่ามาบ่อย เดือนนี้ไม่เว้นคืนเลย จนผมตาโหลไปหมดแล้ว 5 ทุ่มเที่ยงคืนกว่าจะได้หลับได้นอน เมื่อก่อนเขาจะมากินรอบๆ ชายป่า ไม่ได้รบกวนใคร แต่เดี๋ยวนี้เข้ามาถึงในบ้าน" ลุงสมพรตั้งข้อสังเกต
ด้านกฤษณ์ อ่ำอ่อน ชาวบ้านแสวงบ่า อีกคนร่วมเล่าว่า เหตุการณ์ที่ช้างป่าเข้ามาในหมู่บ้าน เริ่มจากตอนที่พระต้องการสร้างกุฏิหลังใหม่ และกลัวว่าเสาไม้จะโดนปลวกกิน จึงเอาเกลือไปโรยไว้ที่หลุมเสา ปรากฏว่าช้างมากินเกลือที่หลุม ต่อมาแม้จะเลิกโรยเกลือแล้วช้างก็ยังตามไปรื้อหาเกลือกินจากครัวของชาวบ้าน พวกเขาจึงคิดกันว่า ถ้าช้างต้องการเกลือก็น่าจะสร้างโป่งให้ช้างกิน

|
เมื่อนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ชาวบ้านได้รับคำแนะนำว่า การให้อาหารไม่ใช่การแก้ปัญหา และส่วนหนึ่งก็กลัวว่ายิ่งสร้างโป่งอาจยิ่งทำให้ช้างเข้ามาในหมู่บ้านมาก ขึ้น วิธีนี้จึงล้มเลิกไป และปัจจุบันก็ยังไม่มีการป้องกันใดๆ มีเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น
"แสวงบ่า" เป็นชุมชนหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในผืนป่าตะวันตก บริเวณนี้เป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และกำลังเตรียมผนวกเข้ากับอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี
ประมาณกันว่า ในผืนป่าตะวันตกมีช้างป่าอาศัยอยู่ราว 800 ตัว แต่สิ่งที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้คือ การตั้งบ้านเรือน และพื้นที่ทำกินของชุมชน ทำให้ที่อยู่อาศัยของช้างกระจายตัวเป็นจุดๆ ไม่เชื่อมต่อกัน จนช้างไม่สามารถเดินทางไปยังแหล่งอาหารอื่นๆ ได้
นอกจากนี้ การที่แหล่งอาหารของช้างในอดีตถูกจับ จองเป็นพื้นที่ทำกินของชุมชน เมื่อช้างกลับมาหากินที่เดิม และกินผลผลิตทางการเกษตรของชุมชน ซึ่งหากินง่ายและรสชาติดีกว่า จึงเกิดความ ขัดแย้งระหว่างคนกับช้างขึ้น
จากปัญหาที่เกิดขึ้น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร จัดทำโครงการเชื่อมระบบนิเวศน์ผืนป่าเพื่ออนุรักษ์ช้าง และสัตว์ในผืนป่าตะวันตกขึ้น เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการแก้ไขปัญหาระหว่างช้างกับชุมชน

|
ผลจากการลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านแสวงบ่าเมื่อไม่นานมานี้ ได้ข้อสรุปว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นว่าพวกเขาสามารถอยู่ร่วมกับช้างได้ เพียงแต่ขอให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หากช้างจะทำลายพืชผลบ้างเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหานัก
"มูลนิธิสืบฯ และกรมอุทยานฯ ได้ทำโครงการร่วมกัน มีระยะเวลาโครงการ 5 ปี ช่วงปีแรกเราจะดูว่าทำอย่างไรให้รู้ว่าช้างในบริเวณป่ามีจำนวนเท่าไหร่กัน แน่ ช่วงปี ที่ 2 เราจะให้ชุมชน รู้วิธีการอยู่กับช้าง พยายามลดความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับช้างด้วยหลายๆ วิธีการ ทั้งพาไปดูงาน ร่วมกันปกป้อง ถ้าช้างลงมาเราก็หาวิธีการให้เขากลับไปสู่ป่า"
นริศ บ้านเนิน หัวหน้าภาคสนามมูลนิธิสืบนาคะเสถียร จ.สุพรรณบุรี ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่แถบนี้ บอกเล่าถึงโครงการคร่าวๆ ก่อนอธิบายต่อไปว่า ในวงสนทนาชาวบ้านเสนอว่า ให้ทำรั้วไฟฟ้ากั้นเฉพาะบริเวณที่ไม่ต้องการให้ช้างป่าเข้าไป ส่วนโครงการใน 3 ปีหลัง มูลนิธิและอุทยานฯ จะหาทางเชื่อมผืนป่าบริเวณนี้ทั้งหมดให้เป็นผืนเดียวกัน เพื่อให้ช้างและสัตว์ป่าอื่นๆ สามารถเดินทางข้ามไปมาระหว่างกันได้
"จริงๆ แล้วอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นผืนป่าเดียวกัน มีเพียงหมู่บ้านเดียวกั้นอยู่ ระยะทางประมาณ 7 ก.ม. พื้นที่นี้ส่วนใหญ่เป็นป่า มีที่ของชาวบ้านประมาณ 5 ไร่ มีถนนเพียงเส้นเดียวกั้นอยู่ เราเลยคิดกันว่าเป็นไปได้ไหมที่จะเอาป่ามาเชื่อมกัน ให้ช้างจากอุทยานเฉลิมรัตนโกสินทร์ได้เดินไปยังทุ่งสว่าง ซึ่งเป็นป่าใหญ่ มีวัวแดง วัวกระทิง เสือ และสัตว์ป่าอีกหลายชนิดอยู่ และถัด จากทุ่งสว่างไปก็เป็นพื้น ที่เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งอีกฝั่งจะมีช้างจากห้วยขาแข้งมากินน้ำอยู่เหมือนกัน"
ด้านนายเอิบ เชิงสะอาด ผอ.ส่วนสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) พูดถึงปัญหานี้ ช้างป่าที่แสวงบ่ากับที่สลักพระต่อเนื่องกัน ที่สลักพระความขัดแย้งระหว่างช้างป่ากับคนเริ่มรุนแรงตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจำนวนช้างที่เพิ่มขึ้น และไม่สามารถข้ามไปมาระหว่างผืนป่าใกล้เคียงได้ เพราะมีชาวบ้านล้อมรอบอยู่ อีกส่วนเป็นผลมาจากปรากฏการณ์เอลนิโญ่ ที่ทำให้สภาพของป่าแห้งแล้งไปกว่าเดิม จนไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัยของช้าง
การแก้ปัญหานี้หลายหน่วยงานพยายามหาวิธีการร่วมกัน ทั้งการฟื้นฟูสภาพป่าโดยการขุดลอกหนองน้ำ การทำรั้วไฟฟ้ากั้นเพิ่มในบางจุด และขณะนี้กำลังติดต่อขอพื้นที่ทหาร ซึ่งอยู่ทางใต้ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระให้เป็นที่อยู่อาศัยของช้าง เช่นเดียวกับกรณีของพื้นที่รอบอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ซื้อพื้นที่คืนจากชาวบ้าน ก็ช่วยแก้ปัญหาช้างป่าได้ในระดับหนึ่ง ส่วนการสร้างทางเชื่อมป่าก็ยังต้องศึกษาข้อมูลความเป็นไปได้ต่อไป
ทั้งนี้ ไม่ว่าจะแก้ปัญหาด้วยวิธีไหน เป้าหมายที่ทุกฝ่ายอยากเห็นเหมือนๆ กัน คือทำอย่างไรให้คนอยู่ได้ ในขณะที่ป่าและสัตว์ป่าก็ควรจะอยู่ได้อย่างไม่ถูกรบกวน
วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7171 ข่าวสดรายวัน
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 02 ธันวาคม 2011 เวลา 07:43 น. |