สุสานทหารสัมพันธมิตรช่องไก่ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณนี้เดิมเป็นที่ตั้งค่ายใหญ่ของเชลยศึกและกรรมกร บ้างก็ว่าเป็นค่ายเชลยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยสมัยนั้น เป็นค่ายที่มีกิจกรรมหลายอย่าง เช่นโรงพยาบาล โบสถ์ มหาวิทยาลัย โรงภาพยนตร์ เป็นต้น ส่วนใหญ่จะเป็นทหารอังกฤษ เชลยศึกได้บันทึกถึงค่ายช่องไก่ไว้ว่า"ค่ายช่องไก่ถือว่าเป็นค่ายคุมขังใหญ่ค่ายหนึ่ง เชลยศึกที่เจ็บป่วยจะถูกส่งมารักษาพยาบาลที่นี่ ความเป็นอยู่ของเชลยศึก และคนงานในตอนแรก ๆ มิสู้จะลำบากเท่าใดนัก อาหารการกินก็พอหาซื้อได้ในราคาย่อมเยาจากพ่อค้าแม่ค้าชาวไทย แต่เมื่อญี่ปุ่นประกาศแผนรีบด่วน สภาพแห่งความสะดวกสบายก็เริ่มทรุดลง เชลยศึกทุกคนเคลื่อนย้ายเข้าไปในป่าลึก ทหารญี่ปุ่นเข้มงวดมาก เกิดโรคระบาดทำให้เชลยศึกต้องเจ็บป่วย และล้มตายเป็นจำนวนมาก" ที่ค่ายช่องไก่มีเชลยสับเปลี่ยนไปมาตลอดเวลาเป็นประจำมีจำนวนน้อยที่อยู่นานเป็นเดือน คนนับพัน ๆ ถูกส่งออกไปทำงาน บางกลุ่มก็หายไปโดยไม่มีร่องรอย โรงพยาบาลในค่ายนี้ถูกขนานนามว่าเรือนมรณะ" บริเวณสุสาน สงบสวยงาม บรรจุศพทหารเชลยศึก ประมาณ 1,740 หลุม เมื่อมีผู้เสียชีวิต เชลยศึกจะช่วยกันฝังไว้ โดยเฉพาะตามเส้นทางรถไฟและช่องเขาขาด เมื่อสงครามสงบ ผู้ที่เคยเป็นเชลยจำได้ว่าฝังศพเพื่อนไว้ที่ไหน ก็ทำการขุดศพขึ้นมาบรรจุลงหลุมฝังศพใหม่และบรรจุไว้ในสุสานช่องไก่แห่งนี้บริวณหลุมศพจะมีต้นไม้เล็กๆปลูกไว้ และเหนือหลุมศพจะมีแผ่นทองเหลืองจารึกชื่อ สกุล อายุ ประเทศของผู้เสียชีวิต รวมทั้งคำไว้อาลัย เพื่อให้ญาติผู้เสียชีวิตมาเยี่ยมเคารพ ภายในสุสานมีการตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับมากมาย เดินเข้ามาด้านในมีความร่มรื่น เนื่องจากปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้สองข้างทาง ที่นี่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อยฝั่งตะวันออกห่างจากสุสานเพียง 20 เมตร จึงมีวิวทิวทัศน์สวยงามเหมาะกับการพักผ่อนมากกว่าสุสานดอนรัก การเดินเข้ามาด้านใน นักท่องเที่ยวอาจจะต้องเจอป้าแก่ๆมาขอตังค์ค่าหมากค่าพลูเป็นค่าผ่านทาง ป้าเล่าว่า "ก็อยู่ที่บ้านพักสุสานนี่แหละ ลูกชายเป็นคนดูแล...ชอบกินหมาก...เลยมาขอตังค์เอาไปซื้อหมากกิน"