|
เก็บมูลช้างป่าสกัดดีเอ็นเอ |
|
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
วันศุกร์ที่ 02 ธันวาคม 2011 เวลา 03:39 น. |
นักศึกษาปริญญาเอกภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ เก็บมูลช้างป่าสกัดดีเอ็นเอ เพื่อศึกษานิเวศวิทยา โดย ศ.ดร.วรเรณ บรอคเคลแมน (อ.ที่ปรึกษา) น.ส.ชมชื่น ศิริผันแก้ว (นักวิจัย) น.ส.ชลิตา คงฤทธิ์ (นักวิจัย)
นักศึกษาปริญญาเอก ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ เก็บมูลช้างป่า นำมาสกัดดีเอ็นเอ เพื่อศึกษานิเวศวิทยาและพันธุศาสตร์เชิงประชากรของช้างป่าไทย ชี้เป็นเทคนิคการสำรวจประชากรช้างที่อาจได้ผล แม่นยำขึ้น สามารถระบุเพศและได้ข้อมูลพันธุกรรมของประชากรช้างป่าเพิ่มเติมจากการศึกษานิเวศวิทยาที่เน้นการออกพื้นที่เพียงอย่างเดียว
นางสาวชมชื่น ศิริผันแก้ว นักศึกษาปริญญาเอกทุนพัฒนาอาจารย์วิทยาเขตสารสนเทศ ม.มหิดล และ นางสาวชลิตา คงฤทธิ์ นักศึกษาโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ภายใต้อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก ศ. ดร. วรเรณ บรอคเคลแมน กล่าวว่า ทีมวิจัยได้พัฒนาวิธีการสำรวจประชากรช้างป่าที่เหมาะสม ร่วมกับการประยุกต์ใช้เทคนิคทางอณูชีววิทยา เพื่อทำลายพิมพ์ดีเอ็นเอโดยไม่ต้องเจาะเลือดหรือตัดชิ้นเนื้อจากสัตว์ป่า (Non-invasive genotyping) ในการนับจำนวนช้างป่าและศึกษานิเวศวิทยาในแง่มุมอื่นๆ โดยวิธีนี้จะทำให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำมากขึ้นกว่าการสำรวจภาค สนามเพียงอย่างเดียว
โดยนักวิจัยสามารถเก็บตัวอย่างที่สัตว์ต่างๆ ทิ้งไว้ เช่น เยื่อบุจากเปลือกไข่ที่เพิ่งฟักตัว เส้นขน หรือมูลสัตว์ ซึ่งมีเซลล์ของสัตว์ป่าติดอยู่ นำมาสกัดดีเอ็นเอได้ ซึ่งในต่างประเทศมีการใช้เทคนิคดีเอ็นเอนี้ในการศึกษาสัตว์ป่าอย่างแพร่หลาย โดยเทคนิคนี้สามารถนำมาปรับใช้สำรวจประชากรช้างป่าในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด การวิเคราะห์ดีเอ็นเอที่สกัดได้จากมูลช้าง เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการศึกษาประชากรช้างป่า
เนื่องจากแบบแผนดีเอ็นเอเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของช้างแต่ละตัว สามารถจำแนกช้างแต่ละตัวออกจากกันและนับจำนวนได้ อีกทั้งยังได้ข้อมูลพันธุกรรมของช้างป่า ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถได้มาจากการสำรวจภาคสนามแต่เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ การเก็บตัวอย่างมูลช้างเป็นวิธีการที่ไม่รบกวนช้างป่าและยังเป็นวิธีที่ปลอดภัยต่อนักวิจัยด้วย นักวิจัยสามารถสกัดดีเอ็นเอได้จากเซลล์เยื่อบุลำไส้ใหญ่ที่หลุดลอก และห่อหุ้มมูลช้างที่ถูกถ่ายออกมา
โดยเก็บตัวอย่างเยื่อเมือกรอบนอกมูลช้างที่เพิ่งถ่ายออกมา ไม่เกิน ๑๒ - ๒๔ ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพความร้อนและแสงอาทิตย์ นำตัวอย่างมาสกัดดีเอ็นเอ และนำไปเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอ (PCR) ในบริเวณไมโครแซทเทลไลท์ (Microsatellites) ในตำแหน่งที่ต้องการ เพื่อทำรหัสพันธุกรรม หรือลายพิมพ์ดีเอ็นเอของแต่ละตัวอย่าง เพื่อจำแนกช้างแต่ละตัวออกจากกัน และจำแนกเพศของช้างโดยวิเคราะห์ชิ้นส่วนบนโครโมโซม X และโครโมโซม Y
ทีมวิจัยได้พัฒนาไมโครแซทเทลไลท์สำหรับช้างเอเชียขึ้นมา ผลจากการทดสอบไมโครแซทเทลไลท์ที่ได้พัฒนาขึ้นมาใหม่นี้ พบว่า มีประสิทธิภาพดีในการจำแนกตัวช้างป่า เหมาะสมสำหรับการนำไปใช้ศึกษาขนาดประชากร สถานภาพทางพันธุกรรม รวมถึงนิเวศวิทยาของช้างป่าในแง่มุมอื่นๆ หลังจากที่ได้ปรับปรุงวิธีการสกัดดีเอ็นเอจากมูลช้างป่า และพัฒนาไมโครแซทเทลไลท์ขึ้นมาใหม่แล้ว ผู้วิจัยได้เก็บข้อมูล และตัวอย่างมูลช้างป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จังหวัดกาญจนบุรี โดยใช้วิธีเก็บตัวอย่างบริเวณที่ช้างป่ามักจะรวมตัวกัน ซึ่งเป็นวิธีการสำรวจและเก็บตัวอย่างมูลช้างป่าที่ทีมวิจัยได้พัฒนาขึ้นมาใหม่ และนำมาใช้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระนี้เป็นแห่งแรก
ผลการศึกษาในเบื้องต้น พบว่า จำนวนช้างป่าที่นับได้โดยใช้เทคนิคนี้ สอดคล้องกับข้อมูลการสำรวจประชากรช้างป่า โดยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระซึ่งเคยมีการสำรวจไว้ก่อนหน้านี้ในระดับที่น่าพึงพอใจ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เทคนิคดังกล่าวสามารถนำมาพัฒนาให้ใช้งานได้จริง ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการวางแผนการอนุรักษ์ช้างป่าอย่างเหมาะสมต่อไป และเทคนิคดังกล่าวนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาสัตว์ป่าชนิดอื่นที่มีอยู่อย่างหลากหลายในผืนป่าเมืองไทยได้ต่อไปในอนาคต
http://www.mahidol.ac.th/muthai/reward/31.htm
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 02 ธันวาคม 2011 เวลา 03:49 น. |