|
เขียนโดย Administrator
|
|
วันศุกร์ที่ 02 ธันวาคม 2011 เวลา 02:00 น. |
....ที่หมู่บ้านแสวงบ่า ชาวบ้านคนหนึ่งให้ข้อมูลว่า เขาพบช้างจำนวน 2 ตัว ตัวใหญ่ตัวหนึ่ง ตัวเล็กตัวหนึ่ง สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นช้างแม่ลูก ตัวลูกนั้นค่อนข้างมีพฤติกรรมซุกซนชอบเล่น ทำลายพืชสวนของชาวบ้าน บางบ้านต้นกล้วยที่ปลูกไว้ล้มระเนระนาดเกือบหมด แกนด้านในถูกกินไปบางส่วนเท่านั้น ส่วนบ้านบางหลังชาวบ้านเล่าว่าช้างใช้งวงล้วงเข้าไปหาเกลือกินในบ้านเรือน ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าเขาคงลงมาหาอาหาร ในส่วนข้อมูลจากชาวบ้านที่ แสวงบ่า อาจจะเป็นข้อมูลเรื่องแหล่งอาหารของช้างลดจำนวนลง ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ว่าพื้นที่โป่งเดิมนั้นได้สูญหายลงไปแล้วใน ปัจจุบัน และอาจเป็นไปได้ว่าช้างจากในป่าได้ขยายพื้นที่หาอาหารมายังหมู่บ้าน วันที่ 25 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่อีกหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่ช้างบุกเข้ามายังถิ่น อาศัยและทำลายพืชสวนของชาวบ้าน

จากการรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน ทำให้ทราบว่า นอกจากความเสียหายในเรื่องของพืชสวนแล้ว ท่อส่งน้ำซึ่งต่อมาจากป่าต้นน้ำ ถูกช้างดึงเล่น เดือนหนึ่งท่อส่งน้ำพังไม่ต่ำกว่า 3-4 ครั้ง ซึ่งในส่วนนี้ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมจำนวนมาก จากการประเมินผลกระทบของเจ้าหน้าที่จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พบว่า ปัญหาที่พบที่นี้ยังเป็นแค่ระยะเริ่มต้น ปัญหายังไม่ร้ายแรงเท่ากับพื้นที่อื่นๆ เพราะยังไม่มีในเรื่องของการปะทะกัน แม้จะมีชาวบ้านออกมาไล่ด้วยวิธีต่างๆ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเข้าทำร้ายกัน จากการลงพื้นที่และร่วมพูดคุยชาวบ้านครั้งนี้ ได้ข้อสรุปออกมาเบื้องต้นว่า จาก นี้จะเริ่มทำการเก็บข้อมูลการลงมายังหมู่บ้านของช้างที่มี เพื่อศึกษาว่าเป็นช้างจากที่ไหน และต้องทำแหล่งอาหารที่สำคัญของช้างที่ใดบ้าง เพื่อลดการลงมาหาอาหารจากพืชสวนของชาวบ้านแทน ซึ่งตอนนี้ต้องรีบสำรวจพื้นที่เหมาะสมสำหรับการสร้างโป่ง ซึ่งอยู่ในเส้นทางเดินเก่าของช้าง และต้องมีแหล่งน้ำให้กับช้างด้วย นอกเหนือจากเรื่องการหาแหล่งอาหารให้ช้างแล้ว ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยว กับช้างก่อน อาจจะมีการอบรมชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ มีการตั้งอาสาสมัครลาดตระเวนเรื่องช้างขึ้นมาเฉพาะ ทั้งนี้เพื่อเวลาพบช้างแล้วสามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ รวมถึงการยอมรับและทำความเข้าใจซึ่งกันและกันในฐานะสัตว์บนโลกที่จะไม่สร้าง ความเดือดร้อนให้แก่กัน

เอิบ เชิงสะอาด ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กล่าว ว่า ในระยะยาวจะต้องวางแผนการจัดการเรื่องช้างเสียใหม่ โดยโครงการนี้จะเป็นโครงการเชื่อมป่า สร้างทางเดิน เพิ่มที่อยู่อาศัยให้กับช้าง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย เบื้องต้นจะมีมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ รวมไปถึงเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ซึ่งแต่เดิมก่อนจะมีการสร้าง เขื่อนก็เป็นพื้นที่ทางเดินของช้างเช่นกัน อีกทั้งปัจจุบันพื้นที่ติดอุทยานเริ่มมีปัญหาเรื่องเดียวกับที่ชาวบ้านตำบล เขาโจดได้พบ หากโครงการนี้สำเร็จ อาจเป็นไปได้ที่เราจะได้เห็นช้างจากสลักพระเดินทางไปแต่งงานกับช้างที่ป่า ห้วยขาแข้ง โดยที่เส้นทางเดินนั้น จะไม่รบกวนการทำมาหากินของชาวบ้านอย่างในวันนี้ แล้วคำว่า คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้ และสัตว์ป่าก็อยู่ได้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ไกลเกินจะทำให้เป็นจริง
|