"...ผมอยากให้พวกคุณได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นยากลำบากของ "ลูกจ้างพนักงานพิทักษ์ป่าสลักพระ" พวกเขาถูกทอดทิ้งจากหน่วยเหนือให้ช่วยตัวเอง บ้านช่องที่พักอาศัยสกปรกไม่ต่างจากสลัมในกรุงเทพฯ ที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าสลักพระ ก็ชำรุดทรุดโทรม ยานพาหนะที่ใช้ติดต่อกับโลกภายนอกก็มีแต่มอเตอร์ไซค์ที่จะพังมิพังแหล่ ไม่มีรถขับเคลื่อน 4 ล้อให้ใช้ ยามหน้าฝนหนัก การออกสู่โลกภายนอกที่ต้องข้ามลำห้วยลึกถึงสี่ห้าแห่งต้องใช้การเดินเท้าเพียงอย่างเดียว "
"...หน่วยฯ สลักพระ ต้องมีภาระหนักหน่วงเกี่ยวกับช้างป่า เพราะมีอยู่ชุกชุมมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าที่มีโป่งอยู่มากมาย แต่ยามแล้งแหล่งน้ำแหล่งอาหารช้างขาดแคลน พวกเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะป้องกันไม่ให้โขลงช้างออกไปบุกรุกพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ที่อยู่ติดกับเขตป่าอนุรักษ์ ซึ่งได้เกิดปัญหายุ่งยากมานานนับสิบปีแล้ว มีช้างป่าถูกทำร้ายถึงบาดเจ็บล้มตายอย่างน่าเวทนา นอกจากปัญหาของช้างป่าแล้ว พนักงานพิทักษ์ป่าสลักพระที่มีกำลังพลอยู่เพียง 7 คน ยังต้องรับผิดชอบดูแลรักษาพื้นที่ป่าเกือบ 25,000 ไร่ ต้องเสี่ยงตายกับพรานลักลอบล่าสัตว์ พวกหาของป่าที่พร้อมจะลั่นไกปืนสังหารเจ้าหน้าที่ในทันทีที่เผชิญหน้ากัน แต่คนที่ต้องเสี่ยงชีวิตรักษาป่าหกเจ็ดคนนี้กลับถูกทอดทิ้งจากต้นสังกัดแบบไม่ใส่ใจดูดำดูดีกันเลย เงินเดือนที่เป็นเบี้ยยาไส้ก็น้อยนิด แถมยังออกไม่ค่อยจะตรงเดือนเสียอีก แล้วจะให้พวกเขามีกำลังใจทำงานที่หนักและอันตรายอย่างที่เป็นอยู่ได้ชนิดเต็มร้อยหรือ..."
เล่าเรื่องระทึกใจ ในสลักพระ
เปลว ปัทมา...นักเขียนผู้โด่งดังและผู้เชี่ยวขาญในเรื่องของป่า
***หลังจากข้อเขียนของคุณเปลว ปัทมา ออกตีพิมพ์ประมาณปลายปี 53 พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น...แต่ก็ไม่ทั้งหมด....อาจจะเป็นเพราะติดขัดในนโยบาย งบประมาณ หรือกฏระเบียบต่างๆ ทำให้หัวหน้าในทุกภาคส่วนไม่สามารถดำเนินการช่วนเหลือได้เต็มที่...ก็ได้แต่ภาวนาให้ทุกอย่างไปด้วยดี
และเราก็หวังว่า...นักท่องเที่ยวทั่วไป อาจจะเป็นกลไกส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันให้ทุกสิ่ง ทุกอย่างดีขึ้นกับพวกเขาบ้าง...ไม่มากก็น้อย...
ข้อความสีแดงที่คุณเปลว ปัทมาเขียนไว้ปัจจุบันยังเป็นความจริงอยู่...ความจริงที่ยิ่งกว่าคือพนักงานพิทักษ์ป่าที่หน่วยนี้ยังคงไม่มีรถใช้ มีเพียงมอเตอร์ไซด์ส่วนตัวเก่าๆที่คอยพิทักษ์ป่า เสียซ่อมเองจากเงินเดือน 4300 บาท ไม่มีสวัสดิการใดๆ เพราะมิใช่ข้าราชการ...แต่ก็ยังทำงานด้วยใจที่รักป่า...บางครั้งหัวหน้ายังต้องไปขอข้าวสารที่วัดมาให้ลูกน้องทานเสียด้วยซ้ำ...
และนี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เราสนใจทริป "ท่องไพร" ของบ้านชาวเกาะ...
Panorama Geography